• ภูมิแพ้อาหาร คือ?

    อาการของการเป็นภูมิแพ้อาหารเป็นได้ทุกระบบของร่างกาย จากข้อมูลที่พบบ่อยคือ อาการทางระบบทางเดินอาหาร (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการคันปาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาการทางผิวหนัง (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการผื่นคัน ลมพิษ) และอาการทางระบบหายใจ (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการจาม น้ำมูก ไอ หอบ แน่นหน้าอก) ในบางรายอาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้.
    +Read More
  • Food Allergy?

    As with any allergy, a food allergy develops when the immune system attacks a normally harmless substance and creates specific antibodies for this substance. From this point on, whenever the food allergy sufferer eats the food to which they're allergic, the antibodies respond by releasing histamine, which causes allergic symptoms to appear.
    +Read More
  • 1
  • 2
image
 

ชาวญี่ปุ่นพบว่าการให้นมแม่ตั้งแต่แรกเกิดสามารถลดการแพ้นมได้

     จากงานวิจัยทดลองทางคลินิกของญี่ปุ่นพบว่าการหลีกเลี่ยงสูตรนมวัวและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยเฉพาะในช่วงสามวันแรกของชีวิตจะช่วยลดการแพ้แลคโตสได้ในภายหลัง จากการทดลองสุ่มทารกแรกเกิดประมาณ 300 คนที่ได้รับสูตรนมแม่หรือได้รับนมแม่และนมวัวในช่วงสองสามวันแรก โดยพบว่าจำนวนเด็กที่จะพัฒนาให้เกิดการแพ้นมวัวในวันที่สองของการเกิดนั้นสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับนมแม่อย่างมีนัยสำคัญและการทดลองยังพบว่าการแพ้นมวัวของเด็กอายุสองปีในกลุ่มที่ได้รับสูตรนมวัวทันทีหลังคลอดสูงถึงร้อยละ 32.2 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับร้อยละ 16.8 การหลีกเลี่ยงสูตรนมวัวทันทีหลังคลอดเป็นการแก้ไขที่ง่าย โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ที่แพ้แลคโตสในญี่ปุ่นซึ่งการให้อาหารเสริมในระยะแรกนี้นับเป็นเรื่องปกติมาก

     อาการแพ้อาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกันในอิมมูโนโกลบูลิน E (IgE) ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน การแพ้อาหารโดย IgE นี้กำลังเป็นปัญหาระดับโลกเนื่องจากความแพร่หลายและความรุนแรงของโรคได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหานี้แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลานาน โดยแนะนำให้หรือไม่ให้อาหารเสริมสูตรที่แพ้ง่ายสำหรับทารกที่มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตามกลยุทธ์การป้องกันเหล่านี้ได้ถูกตั้งคำถาม ตัวอย่างเช่นกลุ่มทารกที่ทำการศึกษาได้แสดงให้เห็นความถี่ของ IgE ที่ทำให้เกิดการแพ้นมวัวนั้นต่ำกว่าในทารกที่เริ่มได้รับสูตรนมวัวปกติภายใน 14 วันแรกของชีวิตที่แนะนำอาหารเสริมจากนมวัวตั้งแต่แรกเกิด อย่างไรก็ตามผลของการเสริมนมแม่กับสูตรนมวัวตั้งแต่แรกเกิดหรือภายในสามวันแรกของชีวิตนั้นมีความเสี่ยงจากการแพ้นมวัวและภาวะภูมิแพ้จากพันธุกรรมยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

     คนไข้ในแผนกมารดาหลายคนในญี่ปุ่นได้รับการสนับสนุนให้เลี้ยงบุตรด้วยนมแม่แต่ก็ยังอนุญาตให้มารดาหรือพยาบาลเสริมนมแม่กับนมวัวหลังคลอดประมาณ 6-10 ชั่วโมงหรือก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของมารดาแต่ไม่ได้ใช้เป็นหลักฐานทางคลินิก อย่างไรก็ตามเมื่อ 20-30 ปีก่อนได้ให้สารละลายน้ำตาลแทนสูตรนมวัวเมื่อแรกเกิด ดังนั้นผู้เขียนชาวญี่ปุ่นให้เหตุผลว่าการได้รับสูตรนมวัวตั้งแต่แรกเกิด อย่างน้อยน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการแพ้ในเด็กเพิ่มขึ้น

การขัดขวางการให้นมแม่

     พื้นที่อื่นๆ ในเอเชีย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวนั้นเป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลกแต่มีหลายประเทศขัดขวางการให้นมแม่ เช่น การให้นมวัวหรือการให้อาหารอื่นๆ ก่อนที่ทารกจะได้รับน้ำนมแม่ซึ่งการให้นมวัวก่อนนั้นมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับมารดาที่มีการศึกษาต่ำ มีอัตราการตั้งครรภ์สูง สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจต่ำและมารดามีอายุน้อย การไร้ความสามารถในการให้ลูกดูดนมตามปกติหลังคลอดนั้นมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความเสี่ยงของทารกที่ได้รับอาหารอื่นนอกเหนือจากนมแม่ในช่วงสามวันแรกของชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในบางพื้นที่ของประเทศอินเดีย บังคลาเทศและปากีสถาน ตัวอย่างเช่นทารกที่ได้รับสารละลายน้ำตาลหรือน้ำผึ้งเป็นอาหารครั้งแรกจากความคิดที่ว่านมน้ำเหลืองที่หลั่งครั้งแรกจากเต้านมคือ “สิ่งสกปรก” ซึ่งความเชื่อดังกล่าวแพร่หลายในภูมิภาคนี้และบ่อยครั้งที่นมน้ำเหลืองถูกบีบทิ้งไป เป็นที่รับรู้กันว่าน้ำหวานหรืออาหารช่วยป้องกันทารกจากการเจ็บป่วยและทำให้ลูกมีความสุภาพอ่อนหวาน

     จากการศึกษาตามเชื้อชาติ การแพ้แลคโตสและการแพ้นมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังเติบโตในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยพบได้บ่อยที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนที่มีมากถึงร้อยละ 92 ของประชากรที่แพ้แลคโตส ในทางกลับกันสิ่งนี้มีผลกระทบต่อชาวจีนพลัดถิ่น เช่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการแต่งงานระหว่างกันทำให้ระดับการแพ้แลคโตสสูงขึ้นในกลุ่มเชื้อชาติอื่นๆ

การเติบโตของผลิตภัณฑ์นมทางเลือก

     อย่างไรก็ตามในภูมิภาคนี้ยังคงมีผลิตภัณฑ์นมปราศจากแลคโตสที่ใช้เป็นทางเลือกน้อยมากสำหรับผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับผลิตภัณฑ์นมทางเลือกและเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้ นมถั่วเหลืองเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุดเพราะมีไอโซฟลาโวน (isoflavones) ที่ช่วยเพิ่มปรับรูปแบบของไขมันและลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่นมอื่นๆ และสามารถทดแทนนมปกติได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อเสริมด้วยสารอาหาร เช่น แคลเซียม เหล็ก วิตามินบีสามและบีสิบสอง นอกจากนี้ผู้ผลิตนมทางเลือกได้ขยายเครือข่ายการกระจายสินค้าและร้านค้าปลีกให้มีพื้นที่วางจำหน่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถเข้าถึงประชากรได้มากขึ้น ข้อมูลโลก (Globaldata) ได้ประมาณการตลาดนมธัญพืช นมถั่ว นมข้าวและนมทางเลือกสำหรับเอเชียที่ 5.5 พันล้านลิตรในปี ค.ศ. 2018 และตลาดนมถั่วเหลืองที่ 8.7 พันล้านลิตร นักวิจัยเชื่อว่าผลิตภัณฑ์นมทางเลือกรวมถึงผลิตภัณฑ์จากพืชนั้นมีศักยภาพสูงในการใช้ประโยชน์จากความนิยมของผู้บริโภคผลิตภัณฑ์นมแบบดั้งเดิม

     จากการสำรวจในอินโดนีเซียพบว่าร้อยละ 54 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี และร้อยละ 44 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี ที่ซื้ออาหารและเครื่องดื่มปราศจากแลคโตส เนื่องจากมีความเชื่อว่าทำให้มีสุขภาพดี ดังนั้นจึงเป็นแรงผลักดันให้มีความต้องการนมทางเลือก เช่น นมถั่วเหลือง นมถั่วและเครื่องดื่มธัญพืช ย้อนกลับไปที่ประเทศญี่ปุ่นผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหลายชนิดได้รับการรับรองว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะและได้รับตราประทับ “Foshu” สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนว่าผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นนั้นมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพโดยรวมและสิ่งนี้ได้ผลักดันการบริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นในประเทศ ถึงแม้ว่าประชากรญี่ปุ่นกว่าร้อยละ 80 ได้ถูกประเมินว่าแพ้แลคโตสที่ระดับหนึ่ง แต่การศึกษาของอิสราเอลเมื่อเร็วๆ นี้พบว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์นมในประเทศเพิ่มขึ้น “ตัวอย่างที่ชัดเจนของประชากร ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้นำทางความคิดเห็นสาธารณะที่เกี่ยวกับความสำคัญของนมเป็นแหล่งของสารอาหารที่จำเป็น”

     สรุปได้ว่าผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการแพ้แลคโตสเพิ่มมากขึ้นจากการเรียนรู้การบริโภคนมภายใต้ข้อจำกัด ทางสรีรวิทยา บางทีตอนนี้อาจจะเริ่มแพ้มากขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย