• ภูมิแพ้อาหาร คือ?

    อาการของการเป็นภูมิแพ้อาหารเป็นได้ทุกระบบของร่างกาย จากข้อมูลที่พบบ่อยคือ อาการทางระบบทางเดินอาหาร (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการคันปาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาการทางผิวหนัง (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการผื่นคัน ลมพิษ) และอาการทางระบบหายใจ (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการจาม น้ำมูก ไอ หอบ แน่นหน้าอก) ในบางรายอาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้.
    +Read More
  • Food Allergy?

    As with any allergy, a food allergy develops when the immune system attacks a normally harmless substance and creates specific antibodies for this substance. From this point on, whenever the food allergy sufferer eats the food to which they're allergic, the antibodies respond by releasing histamine, which causes allergic symptoms to appear.
    +Read More
  • 1
  • 2
image
 

ความไม่เสมอภาคของกลูเตน? รายงานพบว่าสองในสามของผู้ป่วยโรค coeliac ในอิตาลีเป็นเพศหญิง

     กระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีกล่าวว่าผู้หญิงที่มีระบบภูมิคุ้มกันตอบโต้ได้ดีกว่าผู้ชายและมีความไวต่อโรค coeliac มากกว่า กระทรวงสาธารณสุขของอิตาลีได้นำเสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับโรค coeliac ต่อรัฐสภาว่าในอิตาลีซึ่งเป็นแหล่งของพาสต้าและพิซซ่าที่อุดมด้วยกลูเตน ตามการรายงานเมื่อปี ค.ศ. 2017 (ที่มีอยู่ในอิตาลี) ซึ่งตีพิมพ์ในเดือนธันวาคม 2018 พบผู้หญิงจำนวน 145,759 คนและผู้ชายจำนวน 60,802 คนที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรค coeliac ซึ่งเท่ากับสองในสามและหนึ่งในสามของประชากรทั่วประเทศ โรค coeliac เป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันอัตโนมัติที่มีผลต่อชีวิตในระยะยาวอันมีสาเหตุมาจากกลูเตน จากการคาดการณ์พบหนึ่งในร้อยคนที่แสดงอาการ โดยประเมินอาการด้วยตัวเองจากอาการท้องเกร็ง อ่อนเพลีย ท้องผูก ท้องเสียและอาเจียน ซึ่งปัจจุบันไม่มีวิธีรักษาและการวินิจฉัยเพียงแค่ครั้งเดียวจะต้องตามด้วยการบริโภคอาหารปราศจากกลูเตนในการดำเนินชีวิต

     ตามการรายงานของกระทรวงสาธารณสุขอิตาลีพบผู้หญิงอาจมีความอ่อนไหวต่อโรคนี้มากกว่าผู้ชายเนื่องจากบทบาททางชีวภาพที่แตกต่างกันของทั้งสองเพศ รายงานจากกระทรวงสาธารณสุขและจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติแจ้งว่าเป็นที่ทราบกันว่าการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในผู้หญิงเพียงบางส่วนอาจถูกพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว การลุกลามอย่างรวดเร็วของระบบภูมิคุ้มกันนี้อาจเกี่ยวข้องกับบทบาททางชีวภาพของผู้หญิงในช่วงเวลาของวิวัฒนาการ ซึ่งจะชักนำไปสู่ความไวในการติดเชื้อเพิ่มขึ้นและความสามารถในการรับมือกับการติดเชื้อหลังคลอด การศึกษาทางคลินิกบางส่วนได้แสดงให้เห็นว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงมีบทบาทในการต่อต้านไวรัส ในขณะที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักในเพศชายมีบทบาทในการยับยั้งการอักเสบ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงในโครโมโซม X และ Y อาจจะมีบทบาทสำคัญ การรวมตัวของโครโมโซม X สองตัวที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอาจนำพาเพศนี้ไปสู่การพัฒนาของโรคภูมิคุ้มกันอัตโนมัติและโครโมโซม Y และ X ดังที่พบในเพศชายมีแนวโน้มที่จะเกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง ถ้าฝั่งหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันมีปฏิกิริยาลุกลามอย่างรวดเร็วต่อต้านการติดเชื้อตามที่นักวิชาการบางคนได้กล่าวไว้จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันนี้ได้ง่ายขึ้นและบางครั้งอาจเปลี่ยนการตอบสนองตัวเองไม่ถูกต้องในการติดเชื้อและสามารถส่งผลให้เกิดการกระตุ้นมากเกินไป ในเวลานั้นที่อาจนำไปสู่การพัฒนาของโรคภูมิคุ้มกันอัตโนมัติ เช่น โรค coeliac 

การวินิจฉัย: ที่มีความแม่นยำมากขึ้นแต่หนทางยังอีกยาวไกล

     จากรายงานยังเน้นถึงการวินิจฉัยโรค coeliac ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษระหว่างปี ค.ศ. 2012-2017 มีการวินิจฉัยโรคเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละประมาณ 10,000 คน รวมทั้งหมด 206,561 คนหรือร้อยละ 0.34 ของประชากรในอิตาลี ที่สำคัญของผลในรายงานนี้นักการเมืองมองว่าไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นโรคเพิ่มขึ้นในภาพรวมแต่เป็นการเพิ่มขึ้นจากการวินิจฉัยโรค ยกตัวอย่างเช่นในปี ค.ศ. 2017 มีผู้ได้รับการวินิจฉัยโรค coeliac เพียง 8,135 คน ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมดในปี ค.ศ. 2016 กระทรวงได้วางมาตรการนี้เพื่อบังคับใช้รูปแบบในการวินิจฉัยใหม่เมื่อสองปีที่ผ่านมา ตัวเลขที่ลดลงนี้อาจจะคิดจากความชัดเจนตามแนวทางวิทยาศาสตร์และลดขั้นตอนการทดสอบที่ไม่จำเป็น การพัฒนาสมมติฐานในการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วและลดความผิดพลาด อย่างไรก็ตามแม้จะมีการใช้เครื่องมือทดสอบโรคใหม่ที่มีความแม่นยำมากขึ้น แต่อิตาลีก็ยังห่างไกลจากความสำเร็จในการวินิจฉัยโรคถึงร้อยละ 100 เนื่องด้วยประชากรร้อยละ 1 ที่มีพันธุกรรมโน้มเอียงไปทางโรค coeliac หรือประมาณ 400,000 คนในอิตาลีที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยโรค