• ภูมิแพ้อาหาร คือ?

    อาการของการเป็นภูมิแพ้อาหารเป็นได้ทุกระบบของร่างกาย จากข้อมูลที่พบบ่อยคือ อาการทางระบบทางเดินอาหาร (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการคันปาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาการทางผิวหนัง (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการผื่นคัน ลมพิษ) และอาการทางระบบหายใจ (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการจาม น้ำมูก ไอ หอบ แน่นหน้าอก) ในบางรายอาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้.
    +Read More
  • Food Allergy?

    As with any allergy, a food allergy develops when the immune system attacks a normally harmless substance and creates specific antibodies for this substance. From this point on, whenever the food allergy sufferer eats the food to which they're allergic, the antibodies respond by releasing histamine, which causes allergic symptoms to appear.
    +Read More
  • 1
  • 2
image
 

การศึกษาพบว่าเกือบร้อยละ 8 ของเด็กสหรัฐอเมริกามีอาการแพ้อาหาร

     จากการศึกษาที่ดำเนินการโดยนักวิจัยของโรงพยาบาลเด็ก Ann & Rpbert Lurie ในชิคาโกพบเด็กในสหรัฐอเมริกาเกือบร้อยละ 8 มีอาการแพ้อาหารและเกือบร้อยละ 40 ของเด็กเหล่านี้แพ้อาหารมากกว่าหนึ่งชนิด ผลการศึกษานี้ได้ตีพิมพ์ในวารสารกุมารเวชศาสตร์จากการสำรวจครอบครัวในสหรัฐอเมริกาในช่วงปี ค.ศ. 2015-2016 โดยได้รับคำตอบจากตัวแทนผู้ปกครองเด็กจำนวน 38,408 คน นักวิจัยพบความแตกต่างระหว่างผลการวิจัยเด็กในสหรัฐอเมริกาที่มีอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรงร้อยละ 7.6 และตัวเลขที่ได้จากการรายงานของผู้ปกครองที่ร้อยละ 11.4 ซึ่งรวมถึงอาการแพ้อาหารที่ไม่ปรากฎแน่ชัด ความแตกต่างนี้ได้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญในการเข้าถึงผู้ป่วยของแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนในการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้อาหารอย่างถูกต้อง เพื่อปกป้องครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภาระทางสังคม อารมณ์และเศรษฐกิจ โดยไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ได้แพ้อย่างแท้จริง นักวิจัยได้ตั้งข้อสังเกตว่าการตอบสนองต่ออาหารอาจเป็นอาการที่เกิดจากการไม่สามารถทนต่ออาหารชนิดนั้นได้หรือแสดงอาการแพ้ในช่องปาก ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ปกครองในการแปลความหมายด้วยตัวเอง โดยปกติแล้วอาการแพ้อาหารที่พบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ถั่วลิสง (มีผลต่อเด็กประมาณ 1.6 ล้านคน) รองลงมา ได้แก่ นม (1.4 ล้านคน) หอย (1 ล้านคน) ถั่วเปลือกแข็ง (900,000 คน) ไข่ (600,000 คน) หูฉลาม (400,000 คน) ข้าวสาลี (400,000 คน) และถั่วเหลือง (400,000 คน) งาเป็นโรคภูมิแพ้อาหารตัวที่เก้าที่มีผลกระทบต่อเด็กประมาณ 150,000 คน ผลการศึกษาได้ชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงจากการแพ้อาหาร โดยพบเด็ก 1 ใน 5 คนที่ต้องเข้ารับการรักษาในแผนกฉุกเฉิน (Emergency department, ED) เมื่อปีที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 42 มีรายงานว่ามีอาการแพ้อาหารอย่างน้อยหนึ่งชนิด ในช่วงชีวิตของเด็กที่แพ้อาหารประมาณร้อยละ 40 ต้องรับใบสั่งยาสำหรับยาฉีดอัตโนมัติ (epinephrine auto-injector, EAI) เพื่อใช้ในการรักษาอาการแพ้ที่รุนแรงอย่างทันทีทันใดและร้อยละ 20 ต้องเดินทางไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อเข้ารับการรักษา ซึ่งอาจารย์แผนกกุมารเวชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์ Northwestern University Feinberg School of Medicine กล่าวว่าการรับรู้เรื่องนี้นับเป็นเรื่องสำคัญที่เด็กๆ เหล่านี้จะต้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการและพกเครื่องฉีดยาอัตโนมัติ epinephrine ซึ่งปัจจุบันมีเพียงร้อยละ 40 ของเด็กเหล่านี้เท่านั้นที่มีใบสั่งยา

ความรุนแรงจากการแพ้งา

     อาการแพ้งามีผลกระทบต่อเด็กเพียงร้อยละ 0.2 โดยปัจจุบันยังไม่เป็นที่ยอมรับเหมือนกับอาหารหลักแปดชนิดที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ที่ต้องระบุลงในฉลากบรรจุภัณฑ์ (นม ไข่ ปลา อาหารทะเล ถั่วเปลือกแข็ง ข้าวสาลี ถั่วลิสง ถั่วเหลือง) แม้ว่าจะมีความรุนแรงใกล้เคียงกับการแพ้ถั่วลิสงและถั่วเปลือกแข็ง จากการศึกษาพบว่าเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้งาร้อยละ 64.8 จำเป็นต้องใช้ใบสั่งยาฉีดอัตโนมัติ epinephrine เมื่อเทียบกับร้อยละ 73 ของเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงและร้อยละ 70.4 ที่เป็นโรคภูมิแพ้ถั่วเปลือกแข็ง ดร.Gupta กล่าวว่าจากการศึกษาพบความชุกและความรุนแรงของการแพ้งาใกล้เคียงกับสารก่อภูมิแพ้อาหารชนิดอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันบังคับให้มีการติดฉลากนั้นได้ชี้ให้เห็นว่างาควรจะรวมอยู่ภายใต้กฎหมายการติดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกับในประเทศแคนาดา สหภาพยุโรป ออสเตรเลียและอิสราเอล

การติดฉลากงา

     เมื่อปลายเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2018 องค์การอาหารและยาได้ยื่นขอข้อมูลเกี่ยวกับความชุกและความรุนแรงจากการแพ้งา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการระบุงาเป็นสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งน่าเสียดายที่เริ่มเห็นหลักฐานการแพ้งาอาจเป็นความกังวลมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา ทางองค์การอาหารและยาได้รับคำร้องเรียนของประชาชนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อประโยชน์สาธารณะ (the Center for Science in the Public Interest, CSPI) ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์หลายท่านและสองกลุ่มผู้สนับสนุนผู้บริโภคได้กระตุ้นให้เพิ่มงาในรายการสารก่อภูมิแพ้หลัก โดยพิจารณาจากความชุกและความรุนแรงของการแพ้งา ผู้ปกครองเด็กที่มีอาการแพ้งาอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 กล่าวว่าประมาณครึ่งล้านคนในสหรัฐอเมริกาที่มีอาการแพ้งาอย่างรุนแรง ถ้ารวมถึงเมล็ดงาดำ เมล็ดทานตะวันและเมล็ดอื่นที่คล้ายกัน (เช่นเดียวกับหมวดหมู่ของถั่วเปลือกแข็ง) ตัวเลขเหล่านี้จะสูงกว่ามาก สหรัฐอเมริกาล่าช้าไปกว่าประเทศอื่นๆ ที่มีการแสดงฉลากอาหารของงารวมทั้งแคนาดาและประเทศต่างๆ ในยุโรป อิสราเอล ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอื่นๆ อีกมากมาย ในการแถลงการณ์ขององค์การอาหารและยากล่าวว่าได้ยินข้อมูลจากนักระบาดวิทยา นักโภชนาการ นักวิจัยโรคภูมิแพ้และแพทย์เกี่ยวกับประสบการณ์ทางคลินิกและการค้นพบที่เกี่ยวข้องซึ่งกำลังมองหาการตอบกลับจากภาคอุตสาหกรรมอาหารและผู้บริโภค เพื่อช่วยให้เข้าใจถึงความเสี่ยงและการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการทางด้านกฎระเบียบในอนาคต ซึ่งอาจรวมถึงความต้องการในการเปิดเผยข้อมูลใหม่สำหรับงา ระยะเวลาแสดงความคิดเห็นสำหรับองค์การอาหารและยาจะสิ้นสุดลงปลายเดือนธันวาคม 2018 ก่อนที่ตัวแทนจะตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไป จนถึงปัจจุบันมีการแสดงความคิดเห็นจำนวน 785 ความคิดเห็นที่รวบรวมได้จากครอบครัวของเด็กที่มีอาการแพ้งาอย่างรุนแรง