• ภูมิแพ้อาหาร คือ?

    อาการของการเป็นภูมิแพ้อาหารเป็นได้ทุกระบบของร่างกาย จากข้อมูลที่พบบ่อยคือ อาการทางระบบทางเดินอาหาร (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการคันปาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาการทางผิวหนัง (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการผื่นคัน ลมพิษ) และอาการทางระบบหายใจ (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการจาม น้ำมูก ไอ หอบ แน่นหน้าอก) ในบางรายอาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้.
    +Read More
  • Food Allergy?

    As with any allergy, a food allergy develops when the immune system attacks a normally harmless substance and creates specific antibodies for this substance. From this point on, whenever the food allergy sufferer eats the food to which they're allergic, the antibodies respond by releasing histamine, which causes allergic symptoms to appear.
    +Read More
  • 1
  • 2
image
 

ไม่ควรเพิ่มปริมาณกลูเตนในผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตน

     ผู้เชี่ยวชาญของประเทศออสเตรเลียกังวลถึงการเพิ่มค่าการปนเปื้อนของกลูเตนที่ยอมรับได้ในอาหารที่แสดงฉลากอาหารปราศจากกลูเตนในปี ค.ศ.1995 ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ออกกฎหมายการแสดงฉลากอาหารปราศจากกลูเตน (gluten free food) ว่าอาหารที่จะแสดงในฉลากเป็นอาหารปราศจากกลูเตนได้นั้นต้องเป็นอาหารที่ไม่มีการปนเปื้อนของกลูเตน ต่อมา Coeliac Australia และ Australian Food and Grocery Council (AFGC) โน้มน้าวให้ Food Standards Australia New Zealand (FSANZ) เพิ่มปริมาณกลูเตนที่สามารถปนเปื้อนในอาหารที่แสดงฉลากอาหารปราศจากกลูเตน โดยจากเดิมที่ไม่มีกลูเตนปนเปื้อนสามารถมีปริมาณกลูเตนได้ในผลิตภัณฑ์ แต่ต้องมีปริมาณต่ำกว่า 20 ส่วนในล้านส่วนเพื่อให้มีอาหารปราศจากกลูเตนในตลาดสำหรับผู้บริโภคมากขึ้น

     ประธานของ Coeliac Australia’s medical advisory ให้ทัศนคติเกี่ยวกับการกำหนดปริมาณกลูเตนที่สามารถปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนว่า เมื่อมีการกำหนดระดับกลูเตนที่สามารถปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนก็ควรมีการพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณกลูเตนที่ถูกต้องดร. Jason Tye-Din กล่าวว่า ปัจจุบันความสามารถในการวัดปริมาณกลูเตน (sensitivity) ของชุดทดสอบสามารถวัดกลูเตนที่ปนเปื้อนในอาหารได้ต่ำสุดในปริมาณ 3 ส่วนในล้านส่วน ต่างจาก10 ปีที่ผ่านมาที่ชุดทดสอบสามารถวัดได้ต่ำสุดในปริมาณ 30 ส่วนในล้านส่วนการที่อุตสาหกรรมอาหารจะผลิตอาหารที่มีปริมาณกลูเตนน้อยกว่าระดับต่ำสุดที่ชุดทดสอบสามารถตรวจได้นั้นยากมาก จึงไม่สามารถบอกปริมาณกลูเตนในผลิตภัณฑ์ได้แน่นอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหารให้มีปริมาณกลูเตนที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรค coeliac

     อย่างไรก็ตาม ดร.Geoff Forbes นักวิจัยด้านระบบย่อยอาหารของโรงพยาบาล The Royal Perth และอาจารย์ด้านคลินิกมหาวิทยาลัย Western Australia กล่าวกับFoodNavigator-Asia ถึงการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับปริมาณกลูเตนที่ปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนเป็น 20 ส่วนในล้านส่วน ทำให้ความปลอดภัยของผู้ป่วยโรค coeliacต่อการบริโภคอาหารปราศจากกลูเตนมีความเสี่ยงมากขึ้น ส่วนกฎหมายการแสดงฉลากอาหารปราศจากกลูเตนของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้นมีความเข้มงวดมาก คือไม่อนุญาตให้มีกลูเตนปนเปื้อน ทำให้อาหารมีความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรค coeliac

     ดร.Geoff Forbes ได้เขียนจดหมายถึง the Medical Journal of Australia เกี่ยวกับความคิดเห็นเรื่องการกำหนดปริมาณกลูเตนที่สามารถปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนว่ามีความเสี่ยงมากสำหรับการบริโภคอาหารปราศจากกลูเตน ทั้งอันตรายต่อสุขภาพและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยโรค coeliac เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละคนมีความเหมาะสมในการบริโภคกลูเตนเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นอันตรายไม่เท่ากันนอกจากนี้ยังกล่าวถึงรายงานที่แนะนำให้แสดงฉลากทั้งสองส่วน คือบอกปริมาณกลูเตนในอาหารที่แน่นอนและแสดงฉลากว่ามีปริมาณกลูเตนต่ำกว่า 20 ส่วนในล้านส่วนหรือไม่มีกลูเตนปนเปื้อน ซึ่งการบอกปริมาณกลูเตนในอาหารที่แน่นอนนั้นจะสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภค เพราะในฉลากอาหารแสดงว่าเป็นอาหารปราศจากกลูเตนแต่มีการระบุปริมาณกลูเตนลงในส่วนประกอบ ในผู้ผลิตอาหารหลายรายไม่แสดงฉลากอาหารว่าเป็นอาหารปราศจากกลูเตน เนื่องจากไม่แน่ใจว่าปริมาณกลูเตนเท่าใดที่ปลอดภัยต่อผู้ป่วยโรค coeliac การอ้างถึงรายงานของ US FDA ว่าปริมาณกลูเตนที่ปลอดภัยต่อผู้ป่วยโรค coeliac น้อยกว่าหนึ่งส่วนในล้านส่วน พร้อมกล่าวว่าปริมาณกลูเตนเท่าใดจึงปลอดภัยต่อผู้ป่วยโรค coeliac ยังสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภค ในกรณีที่มีการศึกษาผู้ป่วยโรค coeliac ของประเทศออสเตรเลียถึงปริมาณกลูเตนที่เหมาะสมอยู่ที่0.1 ส่วนในล้านส่วน กฎหมายเกี่ยวกับปริมาณกลูเตนที่สามารถปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนกลับไปสู่หัวข้อเดิมเกี่ยวกับการเปลี่ยนปริมาณกลูเตนที่สามารถปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนเป็นน้อยกว่า 20 ส่วนในล้านส่วนหรือไม่

     ดร. Forbes ได้โต้แย้งจดหมายของ Tye-Din ที่กล่าวถึง the Catassi Paper เกี่ยวกับการทดลอง double-blind เพื่อการหาปริมาณกลูเตนที่เหมาะสมต่อผู้ป่วยโรค coeliac ว่าเป็นการศึกษาเพียง 3 กลุ่มในผู้ป่วย 13 คนเท่านั้น และผู้ป่วยบางรายที่ศึกษาอาจเป็นผู้ที่ไม่มีอาการรุนแรง จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยปลอดภัยเมื่อได้รับกลูเตนที่แสดงอาการแพ้เพียงเล็กน้อยและหลายรายแสดงการเปลี่ยงแปลงเล็กน้อยในลำไส้เล็ก ส่วนรายงานที่สรุปถึงการบริโภคอาหารปนเปื้อนกลูเตนของผู้ป่วยโรค coeliac ว่าการบริโภคกลูเตนน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมของอาหารต่อวัน แต่เมื่อมีการนำมาตีความในรายงานกลับแสดงว่าผู้ป่วยโรค coeliac บริโภค 10 มิลลิกรัมต่อวัน (10 มิลลิกรัมต่ออาหาร 500 กรัม เท่ากับ 20 ส่วนในล้านส่วน) จะปลอดภัยถือว่าผิดจากการทดลองอย่างเห็นได้ชัดอย่างไรก็ตาม ดร. Forbes ได้คัดค้านการกำหนดค่าที่เหมาะสมของปริมาณกลูเตนที่ปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนและการกำหนดเทคโนโลยีในการตรวจสอบ รวมถึงแนะนำ Coeliac Australia ว่าปริมาณกลูเตนที่สามารถปนเปื้อนได้ในอาหารปราศจากกลูเตนควรเป็นปริมาณกลูเตนที่สามารถวัดได้ เช่น น้อยกว่า 1-3 ส่วนในล้านส่วน

     ในปัจจุบันการกำหนดค่ากลูเตนที่ยอมรับได้จากไม่มีการปนเปื้อนจนถึงต่ำกว่า 20 ส่วนในล้านส่วนนั้นอาจยังไม่เข้มงวดเพียงพอ นอกจากนี้ ดร. Forbes ยอมรับว่าการลดค่ากลูเตนที่สามารถปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนของประเทศยุโรปปี ค.ศ. 2009แคนนาดาปี ค.ศ.2011 และล่าสุดประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรค coeliac สำหรับการกำหนดระดับกลูเตนที่สามารถปนเปื้อนในอาหารปราศจากกลูเตนของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นั้นยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานมาสนับสนุนการกำหนดระดับกลูเตนดังกล่าว