• ภูมิแพ้อาหาร คือ?

    อาการของการเป็นภูมิแพ้อาหารเป็นได้ทุกระบบของร่างกาย จากข้อมูลที่พบบ่อยคือ อาการทางระบบทางเดินอาหาร (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการคันปาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาการทางผิวหนัง (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการผื่นคัน ลมพิษ) และอาการทางระบบหายใจ (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการจาม น้ำมูก ไอ หอบ แน่นหน้าอก) ในบางรายอาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้.
    +Read More
  • Food Allergy?

    As with any allergy, a food allergy develops when the immune system attacks a normally harmless substance and creates specific antibodies for this substance. From this point on, whenever the food allergy sufferer eats the food to which they're allergic, the antibodies respond by releasing histamine, which causes allergic symptoms to appear.
    +Read More
  • 1
  • 2
image
 

EAACI ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเข้มงวดกับกฎระเบียบการติดฉลากสารก่อภูมิแพ้

สถาบันการศึกษา Anaphylaxis และภูมิคุ้มกันทางคลินิกแห่งยุโรป (EAACI) กล่าวว่าจะผลักดันกฎระเบียบการติดฉลากสารก่อภูมิแพ้ในยุโรปให้เข้มงวดมากขึ้น โดยกฎหมายการติดฉลาก “may contain” ในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการปกป้องผู้บริโภคที่แพ้อาหาร ทั้งนี้ผู้ผลิตอาหารต้องระบุสารก่อภูมิแพ้ตามกฎระเบียบของยุโรป 14 ชนิด ได้แก่ ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเหลือง มัสตาร์ด ไข่ Lupin นม ปลา ธัญพืชที่มีกลูเตน งา คื่นฉ่าย ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สัตว์ทะเลจำพวกหอย ปลาหมึก (molluscs) กุ้งและปู (crustaceans) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ผู้ประกอบการสามารถใช้การปฏิบัติที่ดีในการเฝ้าระวังการปนเปื้อนข้ามและการมีอยู่ของสารก่อภูมิแพ้โดยไม่ตั้งใจ

ทาง EAACI กล่าวว่าการติดฉลากข้อควรระวังในสหภาพยุโรปไม่ได้รับการควบคุมอย่างเพียงพอ ปัจจุบันกฎหมายฉลากอาหารของสหภาพยุโรปไม่สามารถป้องกันการบริโภคสารก่อภูมิแพ้ที่มีการแจ้งเตือนไว้ในฉลากได้ ฉลากอาหารถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการจัดการกับสารก่อภูมิแพ้ เพื่อให้ผู้บริโภคที่แพ้อาหารสามารถจัดการกับอาหารในการบริโภคได้ ทางสหภาพยุโรปควรกำหนดแนวทางที่ชัดเจนของการติดฉลากอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ทั้งนี้รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่อาจมีส่วนผสมของสารก่อภูมิแพ้และควรระบุชื่อของสารก่อภูมิแพ้ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการสับสน

การพิมพ์ตัวอักษรที่แตกต่าง

กฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2557 โดยอยู่ในส่วนของกฎระเบียบอาหารสำหรับผู้บริโภค ซึ่งต้องการให้ผู้ประกอบการระบุส่วนผสมที่เป็นแหล่งของสารก่อภูมิแพ้เป็นตัวหนาหรือใช้สีพื้นที่แตกต่างกัน แต่ก็มีหลายฝ่ายรวมทั้งภาคอุตสาหกรรมที่มีคำแนะนำไม่ชัดเจนในการติดฉลากข้อควรระวัง ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง EAACI ได้ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมควรปฏิบัติตามกฎหมายสวิสในการบังคับใช้การแจ้งเตือนการปนเปื้อนข้ามโดยไม่ตั้งใจที่ระดับมากกว่า 1 กรัมต่อกิโลกรัม (1,000 ส่วนต่อล้านส่วน (ppm)) ยกเว้นกลูเตนและซัลไฟด์ที่มีระดับของการบังคับใช้อยู่ที่ 20 ppm และ 10 ppm ตามลำดับ โดยทางผู้ผลิตไม่ควรหวังผลกำไรจากการพิมพ์ชื่อสารก่อภูมิแพ้ให้แตกต่างจากส่วนผสมอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการอ่าน

อุตสาหกรรมมีการใช้ฉลากแจ้งเตือนมากเกินไป

จากผลการศึกษาปัจจุบันเรื่องคุณภาพอาหารและการตรวจสอบการกำหนดค่าของผู้แพ้อาหารแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน พบว่าการบังคับใช้ข้อมูลสารก่อภูมิแพ้อาจจะยังมีประโยชน์อยู่ โดยผู้ศึกษาได้วิจารณ์การใช้ฉลาก “may contain” ที่มีการใช้มากเกินไป และการใช้ฉลากดังกล่าวอาจเป็นการลดโอกาสในการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้อาหารและในทางตรงกันข้ามผู้บริโภคเองอาจไม่ใส่ใจกับฉลาก “may contain” ที่มีการใช้อย่างกว้างขวาง

การประเมินของ FSA

หน่วยงานมาตรฐานอาหารของสหราชอาณาจักรได้จัดการปัญหากับคำถามที่ไม่มีคำตอบเกี่ยวกับฉลาก “may contain” รวมทั้งปริมาณสารก่อภูมิแพ้จำนวนเท่าไรที่เป็นสาเหตุให้แสดงอาการแพ้ในแต่ละคน ซึ่งผลการวิจัยได้ตีพิมพ์ในเดือนพฤษภาคม 2556