• ภูมิแพ้อาหาร คือ?

    อาการของการเป็นภูมิแพ้อาหารเป็นได้ทุกระบบของร่างกาย จากข้อมูลที่พบบ่อยคือ อาการทางระบบทางเดินอาหาร (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการคันปาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาการทางผิวหนัง (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการผื่นคัน ลมพิษ) และอาการทางระบบหายใจ (เมื่อแพ้อาหารจะมีอาการจาม น้ำมูก ไอ หอบ แน่นหน้าอก) ในบางรายอาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้.
    +Read More
  • Food Allergy?

    As with any allergy, a food allergy develops when the immune system attacks a normally harmless substance and creates specific antibodies for this substance. From this point on, whenever the food allergy sufferer eats the food to which they're allergic, the antibodies respond by releasing histamine, which causes allergic symptoms to appear.
    +Read More
  • 1
  • 2
image
 

การเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการแพ้: FSANZ ได้เปิดตัวแหล่งเข้าถึงข้อมูลใหม่เพื่อช่วยภาคอุตสาหกรรม

     สำนักมาตรฐานอาหารออสเตรเลียนิวซีแลนด์ (FSANZ) ได้เปิดตัวแหล่งเข้าถึงข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ในอาหารใหม่ (Food Allergen Portal) ซึ่งเป็นผลที่ได้จากความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมอาหาร ผู้บริโภคและผู้มีส่วนร่วมจากภาครัฐ ความร่วมมือทางด้านสารก่อภูมิแพ้ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2554 โดยการค้นหาวิธีการเข้าถึงข้อมูลของกลุ่มบุคคลที่แตกต่างกันของสังคมที่เชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลด้านสารก่อภูมิแพ้อาหารในเชิงปฏิบัติการที่ดีที่สุดและข้อความสำคัญนี้ใช้เสริมสร้างความรู้และความปลอดภัย เนื่องจากการแพ้อาหารอาจคุกคามถึงชีวิต ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่แต่ละภาคส่วนจะต้องเข้าถึงได้ง่ายในการหาข้อมูลที่ดีที่สุดเพื่อช่วยชีวิตของผู้ที่แพ้อาหาร โดยทุกภาคส่วนของสังคมจำเป็นต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบและทราบวิธีการช่วยคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารซึ่งข้อมูลที่มีอยู่นั้นเหมาะสำหรับผู้ผลิตอาหาร ผู้นำเข้าและผู้ค้าปลีก การบริการทางด้านอาหาร ศูนย์ดูแลเด็กและโรงเรียน องค์กรภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้บริโภค แต่ละส่วนจะมีหน้าว่าด้วยข้อมูลอาการแพ้ ข้อความสำคัญหรือแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม

อ่านเพิ่มเติม...

image
 

ผู้จัดจำหน่ายกล่าวว่าอย่าละเลยสตาร์ชข้าวสาลีสำหรับอาหารปราศจากกลูเตน

     สตาร์ชที่ทำจากข้าวสาลีสามารถเป็นผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตนได้ หากมีการล้างกลูเตนออกจากส่วนผสม ส่วนผสมอาหาร Sanostar ที่ผลิตแบบไม่ใช้เอนไซม์หรือสารช่วยในกระบวนการผลิตแต่ใช้การล้างกลูเตนออกโดยใช้น้ำดิบพ่นฝอยในกระบวนการตามธรรมชาติ สตาร์ชที่ได้ทำหน้าที่ได้ดีเมื่อใช้ในขนมเค้กและบิสกิตเมื่อเทียบกับแป้งข้าวโพดหรือแป้งมันสำปะหลังเพราะช่วยสร้างรสชาติให้ใกล้เคียงกับสูตรดั้งเดิมมากขึ้น Sanostar ยังสามารถใช้เป็นตัวผสานที่ปราศจากกลูเตนสำหรับซอส เช่น béarnaise หรือ béchamel รวมทั้งใน batter หรือสารเคลือบ ซึ่งความต้องการสินค้าปราศจากกลูเตนในตลาดนั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและในกรณีของ Sanostar & Sanogel ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจในสตาร์ชข้าวสาลี (wheat starch) ที่ระบุในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ว่ามีโครงสร้างและคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสำหรับอาหารปราศจากกลูเตน ซึ่ง Sanostar ได้ระบุว่าเป็นสตาร์ชข้าวสาลีปราศจากกลูเตนในบรรจุภัณฑ์ “มีความเหมาะสม” สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทนต่อการแพ้กลูเตนและผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรค coeliac 

อ่านเพิ่มเติม...

image
 

นักวิจัยชาวแคนาดาพบว่าอาหารว่างปราศจากกลูเตนสำหรับเด็กไม่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่าอาหารปกติ

     นักวิจัยชาวแคนาดากล่าวว่าอาหารว่างปราศจากกลูเตนสำหรับเด็กที่ได้รับการยอมรับว่าดีต่อสุขภาพมักอาจไม่ค่อยมีคุณค่าทางโภชนาการดีเท่าอาหารปกติที่เหมือนกันและงานวิจัยดังกล่าวได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสารวิชาการ American Academy of Pediatrics เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยเตือนผู้ปกครองเด็กที่มีอาการแพ้หรือมีความไวต่อกลูเตนต้องประเมินฉลากผลิตภัณฑ์ในการซื้อด้วยความระมัดระวัง ซึ่งฉลากปราศจากกลูเตนไม่ได้รับประกันว่าดีต่อสุขภาพ โดยทางผู้ผลิตต้องการมุ่งเน้นไปที่เด็กซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของขนมขบเคี้ยวปราศจากกลูเตน จากการวิจัยผู้บริโภคได้แสดงให้เห็นถึงความตระหนักเพิ่มขึ้นของครอบครัวที่แพ้กลูเตน อย่างไรก็ตามคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตนสำหรับเด็กที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดนั้นยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเต็มที่

อ่านเพิ่มเติม...

image
 

ความกังวลด้านสุขภาพที่ร้ายแรง”: สารก่อภูมิแพ้ที่ไม่มีการระบุเป็นสาเหตุให้เกิดอาการแพ้

     จากการศึกษาพบว่าสารก่อภูมิแพ้ที่ไม่มีการระบุชนิดและระดับความเข้มข้นของสารก่อภูมิแพ้ในบรรจุภัณฑ์เป็นสาเหตุให้เกิดอาการแพ้ ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งกล่าวแม้จะมีความเข้าใจว่าการรับรู้สารก่อภูมิแพ้ในอาหารไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ซึ่งไม่ใช่กรณีนี้ จากการทดสอบอาหารที่ผู้บริโภคมีการรายงานว่าแพ้ นักวิจัยพบว่าร้อยละ 37 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 51 ชิ้น ที่ได้ทำการวิเคราะห์พบว่ามีสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นอันตรายตั้งแต่หนึ่งถึงสี่รายการที่ไม่มีการแจ้งในส่วนผสม ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ทั้งหมดที่ทำการตรวจสอบนั้นอยู่ในกฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่ต้องมีการแจ้งเตือน นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติเมื่อผู้ผลิตมีการใช้ฉลากสารก่อภูมิแพ้ที่ควรระวัง (PAL) เช่น ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดในหกผลิตภัณฑ์ที่มีสารก่อภูมิแพ้ถั่วลิสงหรือสองผลิตภัณฑ์ที่มีไข่ที่ใช้ข้อความในฉลากว่ามีสารก่อภูมิแพ้ที่ควรระวัง แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีการแจ้งเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับการมีอยู่ของถั่วลิสง ไข่และถั่วเหลืองนั้นไม่มีการระบุสารก่อภูมิแพ้ นักวิทยาศาสตร์สรุปว่าทั้งการละเลยข้อความของสารก่อภูมิแพ้ที่ควรระวังและการละเลยการใช้ข้อความในฉลากสารก่อภูมิแพ้ที่ควรระวังของผู้ผลิตอาหารเป็นเหตุให้เกิดอาการแพ้ จากการศึกษาทั้งหมดพบว่าการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่ปลอดภัยยังเป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารหลายชนิด พบถั่วลิสง นมและงาซึ่งมีระดับสูงที่สุดของสารก่อภูมิแพ้ ในขณะที่นมเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจพบได้บ่อยที่สุดในระดับตั้งแต่ 1-5,000 ส่วนต่อล้านส่วน (ppm mg/kg) ของโปรตีนสารก่อภูมิแพ้ในอาหารที่บริโภค (ppm) ความเข้มข้นที่ตรวจพบในการศึกษาครั้งนี้นับเป็นความกังวลทางด้านสุขภาพอย่างร้ายแรงของผู้ที่แพ้นม เนื่องจาก 4 ใน 8 ของผลิตภัณฑ์ (ร้อยละ 10-25) ที่มีความเสี่ยงสูง (เกินร้อยละ 40) ต่อการเกิดอาการแพ้ ผลลัพธ์เหล่านี้มีความสำคัญ เนื่องจากนมเป็นหนึ่งในอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ซึ่งใช้ในการผลิตอาหารอย่างแพร่หลายและความชุกของการแพ้นมนับเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะในวัยเด็ก ขนมปังและขนมปังม้วน คุกกี้และเค้ก ช็อกโกแลต ขนมหวาน (bonbons) และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์มีรายงานค่อนข้างบ่อยและเท่าเทียมกันคิดเป็นจำนวน 62 จาก 151 ผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตามนักวิจัยเตือนว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เป็นอันตรายมากเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น เนื่องจากอัตราการแพ้ที่สูงขึ้นอาจมาจากการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้น จากการสำรวจการบริโภคอาหารของชาวดัตช์ เช่น บิสกิต ขนมปังและขนมหวานมีการบริโภคประมาณร้อยละ 40-93 ณ วันที่รายงานเมื่อเทียบกับซุป เค้กและขนมขบเคี้ยวที่มีการบริโภคประมาณร้อยละ 11-25

อ่านเพิ่มเติม...